กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ไม่หายสักที อาจเกิดจากการติดเชื้อนี้
16/07/2026
หากคุณมีอาการปวดแสบท้อง จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ หรือรอบ ๆ สะดือ เรื้อรัง แม้จะทานยารักษาต่อเนื่องแล้วก็ยังไม่หาย เดี๋ยวก็กลับมาเป็นใหม่ อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า H. Pylori (เอชไพโลไร)
เจ้าเชื้อ H. Pylori นี้มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Helicobacter Pylori เมื่อร่างกายได้รับเชื้อนี้เข้าไป มันจะไปเกาะติดอยู่ที่เยื่อบุกระเพาะอาหาร แล้วจะไปสร้างกรดและสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ จนทำให้เกิดแผล เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ นอกจากนี้ เจ้าเชื้อ H. Pylori นี้ จะไป รบกวนการซ่อมแซมเซลล์ และทำให้เกิดการกลายพันธ์ุของเซลล์ จนอาจเป็นสาเหตุให้เกิด “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ได้ในที่สุด
เราติดเชื้อ เฮช ไพโลไร ได้อย่างไร
ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุของการติดเชื้อ เฮช ไพโลไร ที่ชัดเจน แต่คาดว่า อาจจะมีการติดเชื้อผ่านทางการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อน เช่น อาหารและน้ำที่ไม่สะอาด หรืออาหารดิบ ซึ่งประเทศไทย มีรายงานความชุกของการติดเชื้อนี้ประมาณ 17-55 % เลย
คนที่ติดเชื้อตัวนี้ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ โดยจะมีประมาณ 20% เท่านั้นที่มีอาการ ซึ่งอาการที่พบ ได้แก่ อาการปวดท้องเหมือนเป็นโรคกระเพาะอาหาร แต่เป็นเรื้อรัง จุกลิ้นปี่ แสบร้อนท้อง
เราจะทราบได้อย่างไรว่า เรามีความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อ เฮช ไพโลไร
- มีอาการโรคกระเพาะ รวมทั้งโรคกรดไหลย้อน ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา
- พบแผลที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น
- หรือมีประวัติผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารในครอบครัว
วิธีตรวจหาเชื้อ เอช ไพโลไร สามารถทำได้อย่างไรบ้าง?
ปัจจุบัน วิธีมาตรฐานในการวินิจฉัยการติดเชื้อ เฮช ไพโลไร เช่น การเป่าลมหายใจและวัดหาระดับสารยูเรีย (Urea Breath Test) การส่องกล้องทางเดินกระเพาะอาหารส่วนบน การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ การตรวจอุจจาระ การตรวจจากเลือด นอกจากนี้ ปัจจุบันก็มี Test Kit ดังนั้น ใครที่มีอาการของโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำในการรักษาโรคที่เหมาะสม