ดูแลแผลให้ถูกวิธี หายเร็ว ไม่ทิ้งรอย
21/08/2025
เมื่อผิวหนังได้รับบาดเจ็บหรือเกิดแผล ร่างกายจะมีการตอบสนองโดยเริ่มจากกระบวนการซ่อมแซมแผล ซึ่งเริ่มด้วยการอักเสบ (Inflammatory response) เพื่อกำจัดเชื้อโรค โดยเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สำคัญ เช่น แมสท์ เซลล์ (mast cells) และมาโครฟาจ (macrophages) จะเข้ามามีบทบาทในการจับกินเชื้อโรค และเร่งให้เกิดการหลั่งสารกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์ซ่อมแซมผิวหนังและสร้างเส้นใยคอลลาเจน เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างผิวหนังที่เกิดความเสียหาย ซึ่งหากมีการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป และการจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนที่ไม่เหมือนเนื้อเยื่อปกติ จะทำให้บริเวณแผลเป็นมีลักษณะหนา นูน แข็ง นำไปสู่การเกิดแผลเป็น (scar) ผิวบริเวณนั้นอาจมีสีเข้มซึ่งเกิดจากเม็ดสีเมลานินที่เพิ่มขึ้นบริเวณแผลเนื่องจากการตอบสนองต่อการอักเสบและบาดแผล
ในการดูแลแผลในระยะแรก สามารถดูแลแผลได้โดย
- ทำความสะอาดแผลทันทีด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดโดยปล่อยให้ไหลผ่านแผล เพื่อชะล้างเชื้อโรคและสิ่งสกปรก
- กรณีมีแผลเปิดหรือแผลลึก ให้ใช้ยาทาต้านเชื้อแบคทีเรีย
- ใช้วัสดุปิดแผลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกเข้าสู่บาดแผล
- ในระหว่างที่ร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมแผลนั้น ควรรักษาความชุ่มชื้นของแผล โดยใช้ครีมหรือไฮโดรเจล เช่น ครีมทาแผล เจลทาแผลเป็น หรือ ซิลิโคนเจล ร่วมกับยาทาผสมยาปฏิชีวนะ เพื่อเร่งกระบวนการสมานแผลและซ่อมแซมเนื้อเยื่อบริเวณแผล รวมทั้งป้องกันไม่ให้แผลแห้งแตก ซึ่งจะช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้นและลดการเกิดแผลเป็นได้
บทความโดย ภญ.ปิยภัค หิรัญรัศ